เรียนภาษาไหนก็เก่งไว

  • |

    7 วิธีปฏิบัติเพื่อเรียนรู้ภาษาใดก็ได้ให้เร็ว

    หลักการเป็นสิ่งที่ดี แต่เราต้องลงมือทำด้วยนะครับ ในการบรรยาย TEDx ของผม นอกจาก หลัก 5 ประการเพื่อการเรียนรู้ภาษาแบบเร่งรัด แล้ว ผมยังได้เสนอ 7 วิธีปฏิบัติที่จะเปลี่ยนหลักการเหล่านั้นให้กลายเป็นความก้าวหน้ารายวันครับ วิธีเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎีนะครับ แต่เป็นสิ่งที่ผมใช้ตอนที่ผม เรียนรู้ภาษาใหม่ได้ในหกเดือน และเป็นสิ่งที่ผู้เรียน Kungfu English หลายพันคนใช้มาแล้ว ในบทความนี้ ผมจะลงรายละเอียดแต่ละข้อ โดยปรับให้เข้ากับความท้าทายในการเรียนภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นภาษาที่มีเสียงและโครงสร้างแตกต่างจากภาษาไทย แต่จริงๆ แล้ววิธีเหล่านี้ใช้ได้กับทุกภาษาเลยครับ 1. ฟังให้เยอะๆ (“Brain Soaking” หรือการซึมซับด้วยสมอง) ลองให้ตัวเองได้ฟังภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นพอดแคสต์ เพลง บทสนทนา หนัง หรือแม้แต่บทสนทนาที่บังเอิญได้ยินในร้านกาแฟ ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่เข้าใจ—โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เราไม่เข้าใจ—การ “ซึมซับ” แบบนี้จะช่วยให้สมองของเราปรับตัวเข้ากับเสียง จังหวะ น้ำเสียง และรูปแบบประโยคที่ไม่คุ้นเคยได้ครับ สัปดาห์แรกอาจจะรู้สึกเหมือนเป็นแค่เสียงรบกวน หรือที่ผมชอบเรียกว่า “เสียงอู้อี้” เหมือนเรากำลังฟังคนพูดผ่านกำแพงน้ำอยู่เลยครับ แต่แล้วจู่ๆ ความรู้สึกนั้นก็จะหายไปเอง เราอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่สมองของเรากำลังทำงานอย่างหนักอยู่เบื้องหลังเลยนะครับ ทั้งการจับรูปแบบ คาดเดาความน่าจะเป็น และสร้างแบบจำลองของระบบเสียงในหัว นี่เป็นกระบวนการเดียวกับที่เด็กทารกใช้ในช่วงเดือนแรกๆ ของชีวิต มันได้ผลก็เพราะว่าสมองถูกสร้างมาให้ทำงานแบบนี้นั่นเองครับ อย่าข้ามขั้นตอนนี้ไปนะครับ และอย่ารีบร้อนจนเกินไป เพราะนี่คือรากฐานที่สำคัญที่สุดครับ 2. เข้าใจความหมายก่อนเป็นอันดับแรก ตั้งแต่เริ่มต้นเลย ให้เราเน้นไปที่การเชื่อมโยงระหว่างเสียงที่เราได้ยิน (คำศัพท์) กับความหมายของมัน ลองใช้ภาพ ท่าทาง ภาษากาย หรือบริบทรอบตัวช่วยดูนะครับ พยายามใช้การแปลเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น เพราะถ้าเราพึ่งพาการแปลมากเกินไป ก็เท่ากับว่าเรากำลังฝึกสมองให้ใช้เส้นทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะกลายเป็นอุปสรรคในการไปสู่ความคล่องแคล่วได้ครับ ก่อนที่จะเริ่มท่องกฎไวยากรณ์หรือรายการคำศัพท์ พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังสื่อสารก่อนนะครับ ให้ความสำคัญกับความหมายก่อนรูปแบบเสมอ ทำความเข้าใจก่อนที่จะเริ่มผลิตคำพูดออกมาครับ ความเข้าใจของเราจะค่อยๆ เติบโตขึ้นมาเองครับ เราอาจจะไม่ทันสังเกตในแต่ละวัน แต่จะเห็นผลชัดเจนในแต่ละเดือน แล้วเช้าวันหนึ่งเราจะรู้ตัวว่าเราเข้าใจบางอย่างได้โดยไม่ต้องคิดเลย นั่นแหละครับคือสัญญาณว่าระบบกำลังทำงาน หัวใจสำคัญของข้อนี้คือ ข้อมูลที่เข้าใจได้ (comprehensible input) ครับ คือการได้สัมผัสกับภาษาในรูปแบบที่ความหมายชัดเจนจากบริบท ถึงแม้ว่าคำศัพท์เหล่านั้นจะเป็นคำใหม่ก็ตาม รูปภาพ ท่าทาง การกระทำ และสถานการณ์จริงคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเราในขั้นตอนนี้ครับ 3. เริ่มผสมคำ ภาษามีความเป็นธรรมชาติที่สร้างสรรค์อยู่ในตัว แค่มีคำกริยา คำนาม และคำคุณศัพท์ไม่กี่คำ เราก็สามารถเริ่มผสมคำเพื่อสร้างความหมายจริงๆ ได้แล้วครับ ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์แบบ ใช้เท่าที่เรารู้เพื่อเริ่มแสดงความเป็นตัวเองออกมากันเถอะครับ เราอาจจะพูดติดๆ ขัดๆ บ้าง ไม่เป็นไรเลยครับ นั่นคือวิธีที่ “เครื่องจักร” (ซึ่งก็คือสมองของเรา) เรียนรู้ “ฉัน ต้องการ… อันนั้น… กิน” อาจจะฟังดูไวยากรณ์ไม่เป๊ะ แต่เป็นการสื่อสารที่ชัดเจนมากนะครับ และการสื่อสารก็คือเป้าหมายของเรา ไวยากรณ์จะค่อยๆ ถูกต้องขึ้นเองตามเวลา ผ่านการฟังและการฝึกฝน เหมือนกับที่ภาษาของเด็กค่อยๆ พัฒนาขึ้นนั่นแหละครับ…